ห่างจากงานช้างสายแฟชั่นเต็มอัตราอย่าง Met Gala 2018 ณ พิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art มาได้เพียงสัปดาห์เดียว หากผู้คนในอุตสาหกรรมแฟชั่นและโลกออนไลน์ดูจะลืมเลือนกองทัพชุดเด่นในงานเปิดนิทรรศการ Heavenly Bodies: Fashion and the Catholic Imagination กันแล้ว อุปนิสัยรักง่ายลืมง่ายนี้อาจเป็นผลมาจากการถูกสปอยล์ผ่านความรวดเร็วของสื่อดิจิทัล ในขณะที่หันกลับมายังบ้านเรา ธรรมเนียมและความชัดเจนของวัฒนธรรมการเดินพรมแดงในบ้านเราจากรางวัลสุพรรณหงส์ถึงนาฏราชยังไม่เข้าที่สักเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากทิศทางการจัดงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ หากเมื่อว่ากันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศแล้ว ต้องยอมรับว่าพรมแดงแต่ละเวทีนั้นค่อนข้างชัดเจนและแตกต่างกันพอตัว
กล่าวอย่างคร่าวๆ บรรยากาศการจัดงานลูกโลกทองคำเรื่อยไปจนถึงมุกตลกบนเวทีที่มักออกแนวเป็นกันเองยิ่งกว่างานใดๆ ส่งผลให้คนดังส่วนใหญ่เลือกที่จะ “อั้น” ไว้เมื่อว่ากันถึงเรื่องของสไตล์ เพื่อเตรียมปล่อยของทีเด็ดในงานประกาศรางวัลอะคาเดมีหรือออสการ์ในอีกราวหนึ่งเดือนถัดมา ซึ่งได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่มากศักดิ์ศรีกว่า และด้วยเหตุนี้ ชุดราตรีที่เราพบเห็นบ่อยครั้งในออสการ์จึงหรูหราเต็มขั้นและมักติดกลิ่นอายสไตล์ Hollywood glamour จากอดีต เพื่อเป็นเกียรติแด่รางวัลสูงสุดในวงการบันเทิง ผิดกับขบวนเสื้อผ้าที่เมต กาล่าซึ่งเน้นหนักในแง่มุมแฟชั่นและเปิดโอกาสให้เหล่าคนดังได้ “ปล่อยของ” และ “จัดเต็ม” พลังความคิดสร้างสรรค์ตามธีม ด้วยเพราะเวทีแห่งนี้คือฐานการสื่อสารเพื่อบันทึกบทบาทของแฟชั่นในชั่วขณะหนึ่งๆ อีกทั้งยังใช้ผลักดันชิ้นงานสู่บทบาทศิลปะในอนาคตอีกด้วย

แล้วพรมแดงที่คานส์เล่าเป็นเช่นไร?
ก่อนเข้าเรื่อง ผู้เขียนขอหมายเหตุนำร่องเพื่อความเข้าใจเนื่องจากมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีผู้อ่านนำประเด็นไปผูกเข้ากับดาราไทยคือ คุณชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ซึ่งมีส่วนร่วมในเทศกาลเมืองคานส์มาหลายปีติดกัน โดยส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกชื่นชมรสนิยมการแต่งกายและความคิดสร้างสรรค์ของคุณชมพู่ (แม้ตามจริงทางโว้กประเทศไทยเองจะไม่สามารถรายงานความเคลื่อนไหวของเธอได้เพราะถือว่าเป็นตัวแทนจากต่างค่ายนิตยสารจนแฟนคลับหลายรายที่ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานของอุตสาหกรรมแฟชั่นในประเทศไทยจะกังขามาโดยตลอด) และคิดว่าเธอทำหน้าที่ทูตความงามประจำแบรนด์เจ้าภาพจากประเทศไทยได้อย่างน่าชื่นชม เช่นเดียวกับความเรี่ยมน้อยของเซเลบริตี้สาวไทยอีกสามรายคือ คุณเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์, คุณวุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ และ คุณโยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม ซึ่งต่างก็เป็นตัวแทนจากประเทศไทยในฐานะตัวแทนจากแบรนด์แชมเปญ Piper-Heidsieck ที่พร้อมใจกันสวมชุดโทนสีพาสเทลตามโจทย์อันมีที่มาจากแฟชั่นดั้งเดิมของราชินีฝรั่งเศสนาม Marie Antoinette ที่แบรนด์ตั้งโจทย์ไว้ตามหน้าที่ของพวกเธอได้สมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม บทบาทของนักแสดงชาวไทยทั้งหมดล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่พวกเธอเกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนถึงวิธีการนำเสนอเสื้อผ้าและความงามเป็นหลัก หากอาจแตกต่างจากบริบทที่ผู้เขียนกำลังวิเคราะห์ถึง ซึ่งเป็นการมองพรมแดงเมืองคานส์ท่ามกลางบุคคลที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จริงๆ ดังนั้น จึงขอละไว้ในฐานที่เข้าใจ
กลับมาที่พรมแดง เราควรเข้าใจว่าหัวใจสำคัญของพรมแดงในเมืองชายทะเลทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศสนี้แตกต่างที่ “แสงแดด” กับ “สภาพแวดล้อม” และไม่ว่าการประชาสัมพันธ์จะให้เหตุผลใดๆ ก็ตาม เมื่อเราสืบค้นเพียงคร่าวๆ ก็ย่อมวิเคราะห์ได้ว่าภูมิศาสตร์และงานพีอาร์ประเทศนั้นมีความเกี่ยวข้องกันอยู่พอสมควร (สิ่งนี้ตอบคำถามว่าเหตุใดฝรั่งเศสจึงเลือกจัดแฟชั่นวีคใหญ่ในปารีส ส่วนเมืองอิแยร์ใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันเฟ้นหาดีไซเนอร์หน้าใหม่ และคานส์ได้จัดเทศกาลภาพยนตร์) เมื่อเป็นดังนั้น ไลฟ์สไตล์ของ “Venue” หนึ่งๆ ย่อมมีผลต่อ “Look” ของผู้ตบเท้าเข้าร่วมงานด้วยเป็นเงาตามกัน

หากคุณเสาะหาภาพถ่ายจากหลายทศวรรษที่ผ่านมา หนึ่งในรูปขาว-ดำอันโด่งดังคือภาพดาราสาวนางเหมียวสวาท Bridget Bardot ในชุดบิกินีริมชายหาดทรายกรวดหยาบของเมืองคานส์ หรือภาพ Grace Kelly ผู้เลอโฉมในชุดกางเกงเข้ารูปควบคู่เชิ้ตตัวคมริมท่าเรือในอิริยาบถสบายๆ ในวันแดดจ้า (ก่อนคนดังอีกหลายชีวิตจะไปรวมตัวกันเพื่อเปียไพ่เล่นกันตามเรือยอชต์และเมาหัวราน้ำกับบรรดาเศรษฐีผู้แน่นอนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้งสตูดิโอภาพยนตร์และผังการสร้างเมือง) ในด้านกองทัพชุดหรูฟูฟ่องวิบวับเต็มขั้นนั้นมีให้เห็นก็จริง หากล้วนปรากฏในช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดินแล้วแทบทั้งสิ้น ในขณะที่สไตล์ของชิ้นงานเองมีความแตกต่างพอสมควรกับพรมแดงเกียรติยศของออสการ์ เพราะที่นี่ คนดังในชุดราตรีโหมเพลิดเพลินได้ตั้งแต่เฟอร์ขนสัตว์ถึงเทียร่าระยิบระยับ ซึ่งถือว่า “แหวกประเพณี” พอตัวถ้าไปอยู่บนพรมแดงอื่น
แนวคิดทั้งหมดทั้งมวลล้วนวิวัฒน์และดัดแปลงมาจนถึงพรมแดงล่าสุดในปีนี้ และนั่นคือทิศทางหลักที่กรุยทางให้กับชิ้นงานเสื้อผ้ากับเครื่องประดับอีกรูปแบบหนึ่ง กล่าวคือ ซิลูเอตเรียบลื่น โครงเสื้อค่อนข้างสะอ้าน ความยาวของช่วงล่างได้รับสิทธิ์ให้เคลื่อนตัวขึ้นสู่ท่อนบนอย่างไม่มีลิมิต (ตราบใดก็ตามที่ไม่เข้าข่ายอนาจาร!) เนื้อผ้าที่ปลิวไสวได้รับการบวกเติมเข้าในลิสต์รายชื่อวัสดุขาประจำ (ก่อนจะลอยตัวครื้นเครงไปตามสายลมเรียกเสียงชัตเตอร์) ทั้งยังเปิดโอกาสให้ความเปรี้ยวเฉี่ยวและรสนิยมส่วนตัวได้ฉายแสงอย่างสนุกสนานและฉีกกฎเกณฑ์อย่างครื้นเครงอารมณ์บ้างเนื่องจากนี้คือ Sunshine moment

เมื่อว่ากันถึงตรงนี้ ความใหญ่โตของชุดจึงไม่มีความจำเป็น เช่นเดียวกับการปักเลื่อมและลูกปัดระยับซึ่งมีโอกาสล้นทะลักน้อยมากบนเวทีนี้ และควรได้รับการสงวนไว้สำหรับม่านฟ้าใต้แสงเดือนดาวผสานแสงแฟลชยามค่ำเท่านั้น
นานหลายทศวรรษที่เราได้มีโอกาสยลหญิงสาวในชุดสูทกางเกงถึงเดรสสั้นบนพรมแดงเมืองคานส์ ถึงอีกหลายชิ้นงานเด่นที่อรรถาธิบายได้ง่ายๆ ว่า “หากความน้อยของชุดเดียวกันนั้นไปอยู่บนพรมแดงเวทีออสการ์ก็ย่อมแพ้ แต่พอมาอยู่ที่นี่กลับชนะ” ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นกับ LBD หรือ Little Black Dress เรียบง่ายของนางแบบสาว Kate Moss วัยกระเตาะนับสิบปีก่อน กับชุดเดรสยาวลายพร้อยแบรนด์ Pucci บนร่าง Nicole Kidman เรื่อยไปจนถึงชุดราตรีคล้องคอผ้าชีฟองตัดแต่งลายว่าวของ Sienna Miller หรือแม้แต่ชิ้นงานแสนแตกต่างอย่างบอดี้สูทนมกรวยของ Madonna แตกต่างกับการประโคมชุดราตรีมากล้นเช่นที่ Paris Hilton เคยลุยจนผิดงานและกลายเป็น “กะเหรี่ยง” มาก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ดิจิทัลเริ่มหึกเหิมเกริมขึ้น แน่นอนว่าอิทธิพลที่เกิดจากรสนิยมแนวใหม่ซึ่งเจาะจงเอาใจพวกชอบคลิก Like อะไรเตะตา ย่อมมีผลต่อ “ความคาดหวัง” และ ความเยอะ” บนพรมแดงจนกล่าวได้ว่าเป็นเทรนด์ใหม่ของแฟชั่นโลกในช่วงหลังนี้เลยก็ว่าได้ ดังนั้น เราจึงได้เห็นลุคล้นเกินคานส์ของ Elena Lenina เรื่อยไปจนถึงจนถึง Deepika Padukone และคาราวานชุดมากมีของเหล่าสาวๆ จากเอเชียหลายราย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในแง่ “ฝรั่งทำเกิน” ในขณะที่เจ้าประจำอย่าง Julianne Moore ซึ่งสอบตกก่อนโดนประนามเช็ดเม็ดเพราะความพยายามในปีก่อนๆ ก็หันกลับมาสู่ซิลูเอตเรียบที่เหมาะสมกับ “วัยวุฒิ” และ “คุณวุฒิ” ทันเวลาพอดี

ความตื่นรู้ด้านสไตล์นี้เห็นจากหลายตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Bella Hadid ที่เลือกสวมชุดกระโปรงยาวเกาะอกจาก Dior ซึ่งเรียบง่าย (จนเกือบจะง่ายไป หากยังถือว่าไม่เกิน), Kendall Jenner เดรสติดระบายซิลูเอตแคบใน Schiaparelli ที่เล่นกับหน้าอกเปลือยซึ่งเห็นจะมีเพียงพรมแดงเทศกาลนี้เท่านั้นที่ยอมได้จนกลายเป็นตัวกำหนดเทรนด์เผยผิวเบาๆ ในปีนี้ (หากผิดกันราวฟ้ากับดินกับ “แขกนิรนาม” ชาวเอเชียผู้ตั้งใจโชว์หัวนมแบบไร้รสนิยมและแต่งตัวเกินเลยบทบาทของเธอ ซึ่งเป็นอันเข้าใจตรงกันเพราะสื่อหลักพากันตั้งใจไม่นำเสนอชื่อของเธอ...เพราะไม่มีความจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์ให้ใครฟรีๆ)

ที่สุดของผู้ที่ใช้แฟชั่นได้อย่างชาญฉลาดและมีชั้นเชิงคือ Cate Blanchett นักแสดงสาวชาวออสเตรเลียผู้เลือกสวมลุคเดิมจาก Armani Prive เมื่อครั้งเธอชนะรางวัลลูกโลกทองคำจากภาพยนตร์เรื่อง Blue Jasmine ในปี 2014 เพื่อส่งสารประเด็นขยะล้นโลกและความฟุ่มเฟือยในอุตสาหกรรมแฟชั่น ก่อนจะ “สวยและจิตใจงาม” เข้าไปอีกขั้นเมื่อเธอเป็นตัวตั้งตัวตีในการรณรงค์เรื่องสิทธิ์และพื้นที่ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ด้วยการเชิญผู้กำกับและนักแสดงหญิงจำนวน 81 รายมายืนแสดงพลังอย่างพร้อมเพรียงกันบนบันไดเกียรติยศ...ซึ่งถูกใจไปหมดทั้งสื่อ ทั้งผู้ชม และเปรียบได้กับตัวขับเคลื่อนทั้งวงการภาพยนตร์และแฟชั่นได้มากกว่าการเป็นเพียงหุ่นลองเสื้อที่เคลื่อนไหวได้ของระบบการตลาดทั่วๆ ไป
ออกแบบภาพ: ไพรำ ด่านจิตร์ตรง

ณิชาภัทร สุภาพ คนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเชิญไปงาน Met Gala ออสการ์แห่งวงการแฟชั่น

สามสาวไทยในชุดแบรนด์ไทยที่คานส์! 3 ดาราไทยสวมชุดของ 3 ดีไซเนอร์ไทยเยือนพรมแดงระดับโลก

อีกหนึ่งสาวไทยที่เมืองคานส์! เกาะติดเบื้องหลังการเยือนพรมแดงของปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก


