Vogue Thailand

FASHION

เปิดประวัติการเดินทางของศิราภรณ์ดึกดำบรรพ์ สู่เครื่องประดับชั้นสูงของราชสำนักไทย

16 สิงหาคม 2562

     การสวมลอมพอกของขุนนางชั้นสูงในสมัยอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์มีปรากฏเป็นหลักฐานภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภาพเขียน และบันทึกของชาวต่างชาติร่วมยุคสมัยที่มีโอกาสได้พบเห็น เช่น ภาพเหมือนเจ้าพระยาโกษา (ปาน) เอกอัครราชทูตไทยในสมัยอยุธยาที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสเมื่อ พ.ศ. 2229 วาดโดยจิตรกรชาวเยอรมันที่พำนักในฝรั่งเศส Jean Hainzelman ขณะที่ท่านเจ้าพระยาเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสในเวลานั้น หรือที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในจดหมายเหตุพระราชพิธีลงสรง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งกำหนดให้เจ้าพนักงานนำริ้วกระบวนแห่ “แต่งตัวนุ่งสนับเพลา นุ่งสังเวียนขวา สรวมเสื้อเยียรบับ คาดเข็มขัด สรวมครุยขาวปักทองต้นแขนปลายแขนสำรด สรวมลอมพอกขาวเกี้ยวทอง เวลาลงสรงแล้วเปลี่ยน นุ่งสังเวียนต่างสี สรวมเสื้อครุยสีชมภู ลอมพอกสีชมภู” ในปัจจุบันนี้ลอมพอกก็ยังคงมีปรากฏใช้อยู่ในการแต่งกายของพระยาแรกนาในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

     พระมหามงกุฎ หมายถึงเครื่องประดับศีรษะที่ในชั้นต้น คงเป็นทรงเตี้ย แล้วค่อยเรียวแหลมขึ้นดังปรากฏในปัจจุบัน พระมหามงกุฎประกอบด้วยมงกุฎทรงกรวยสำหรับครอบมวยและกะบังหน้า ซึ่งเดิมเป็นเครื่องคาดพระเศียรแล้วรวบผูกไว้ท้ายทอย ต่อมาจึงทำเป็นวงสวมลงและทำเชื่อมติดเข้ากับมงกุฎเป็นชิ้นเดียวกัน

EXCLUSIVE CONTENT

บทความเอ็กซ์คลูซีฟ สมัครสมาชิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม

สมัครสมาชิก

gq-thailand